‘ประยุทธ์’ ผลตรวจโควิด ออกมาเป็นลบ หลังเพิ่งเยือนซาอุฯ

‘ประยุทธ์’ ผลตรวจโควิด ออกมาเป็นลบ หลังเพิ่งเยือนซาอุฯ

ประยุทธ์ เผย ผลตรวจโควิด ออกมาเป็นลบ หลังจากที่เพิ่งเดือนทางเยือนซาอุเมื่อวันที่ 25-26 ม.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังทำงานจากบ้านตามมาตรการ สธ. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทำงานปฏิบัติตหน้าที่ที่บ้านพัก ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หลังจากที่นายกฯเพิ่งเดินทางกลับมาจากการเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 25-26 มกราคม ที่ผ่านมา

โดยจากการตรวจ RT-PCR ในรอบแรก ผลตรวจโควิด-19 ของนายกฯ และคณะ พบว่าไม่ติดเชื้อ 

และจะมีการตรวจคัดกรองเชื้ออีกครั้งในวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งระหว่างนี้นายกฯ จะยังคงปฏิบัติงานภายในบ้านพัก ก่อนจะเริ่มงานที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ตามกำหนดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กำหนดเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 1/2565 จากบ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 ผ่านระบบออนไลน์มายัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แต่เนื่องจากยังไม่พร้อมในระบบเชื่อมต่อออนไลน์ จึงเลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 31 ม.ค.เวลา 14.00 น.แทน

ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการเดินทางแลกเปลี่ยนการเยือนระดับรัฐมนตรี บริษัทจัดหาแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านแรงงานระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียมากขึ้น เพื่อเร่งรัดการดำเนินการจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายธนกร กล่าวเสริมว่า “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การจัดหาแรงงานไทยนั้นต้องทำทันที และต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนภายใน 2 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นแรงงานที่มีศักยภาพ มีความพร้อมของไทย ซึ่งความสำเร็จจากการหารือร่วมกับซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นผลจากความตั้งใจและความพยายามในการดำเนินการของรัฐบาลไทยตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเชื่อมั่นว่า หลังจากนี้ไปจะเกิดความร่วมมือในมิติอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อประเทศและประชาชน”

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ โปรดเกล้าฯ จัดระเบียบบุคคลราชการในพระองค์ ซึ่งเป็นการจัดระเบียบหน่วยงานใหม่ แก้ไขจากฉบับแรกใน พ.ศ. 2560 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควร แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศพระราชกฤษฎีกา จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 โดยมีใจความรายละเอียดดังนี้

กมธ.คมนาคม เสนอแยก ใบขับขี่บิ๊กไบค์ พร้อมเสนอสัญญาณไฟกดอัตโนมัติ

คณะกรรมาธิการคมนาคม เร่งหาแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนทางม้าลาย เสนอแยก ใบขับขี่บิ๊กไบค์ พร้อมเสนอสัญญาณไฟกดอัตโนมัติ นาย โสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมกมธ.ฯ เพื่อหารือพิจารณาเรื่องมาตรการความปลอดภัยทางถนน จากการศึกษากรณีการคุ้มครองผู้ใช้ทางข้ามม้าลาย

โดยนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะรองประธานกมธ.ฯ​ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า กรณีพญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชน บริเวณทางม้าลายได้ฌาปนกิจศพแล้วเมื่อวานนี้ (26 มกราคม) แต่เรากลัวว่าเรื่องจะเงียบหายไป ซึ่งกมธ.คมนาคมฯ ได้ทำเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะรณงค์เรื่องการใช้ความเร็ว จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุมและให้ข้อมูล

ซึ่งวันนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทราบว่าในเชิงนโยบายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการไปแล้ว ส่วนสตช.ได้เชิญมาพูดคุยเรื่องคดีและการบังคับใช้กฎหมายว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องการใช้ทางม้าลายรวมถึงกรมขนส่งทางบก ซึ่งเป้าหมายของเราคือจะแยกประเภทใบขับขี่บิ๊กไบค์ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามาก อีกส่วนคือกรุงเทพมหานครจะทำอย่างไรต่อไป เพราะทางม้าลายที่เหลือที่ยังไม่ได้ดำเนินการปรับให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อถามว่า นอกจากเรื่องแยกใบขับขี่รถบิ๊กไบค์แล้ว ทางกมธ.ฯ จะเสนอมาตรการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น เรื่องเพิ่มบทลงโทษ นายนิกร กล่าวว่า โทษเพิ่มไปแล้ว โดยเพิ่มโทษฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรเป็น 4 เท่า จากเดิมปรับ 1,000 บาท เป็นปรับ 4,000 บาท ซึ่งกฎหมายนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 31 มกราคมนี้ เมื่อดำเนินเสร็จแล้วจะส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป คาดว่าจะบังคับใช้ได้ประมาณเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้เมื่อโทษเพิ่มแล้วแต่การบังคับใช้จะเป็นอย่างไร เพราะยังมีปัญหาอยู่ สิ่งที่เราต้องการเสนอไปยัง สตช. อีกเรื่องคือ การเพิ่มมาตรการตัดแต้มเกี่ยวกับเรื่องทางม้าลายด้วย ส่วนการเปลี่ยนปรับพื้นที่จุดทางม้าลายโดยทาสีให้มีความชัดเจนขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานคร และนปถ.เป็นผู้ดำเนินการ แต่กมธ.ฯ เสนอให้มีเป็นสัญญาณไฟกดอัตโนมัติ ไม่ใช่ให้คนวิ่งเสี่ยงเอาข้างหน้า

นายนิกร กล่าวว่า “เรื่องนี้ยืนยันว่าเราทำมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ไม่ใช่เกิดเรื่องแล้วเพิ่งมาดำเนินการ อย่าให้คุณหมอต้องมาเสียชีวิตเปล่าๆ หรืออย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง เพราะเดี๋ยวสักพักก็ลืมกันไปหมด ดังนั้นเราต้องทำเป็นหลักการ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วเราจะทำหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร ผู้ว่าฯ กทม. อธิบดีกรมขนส่งทางบก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นปถ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อสอบถามว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง”

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป